🚚 Free Worldwide Shipping on All Orders!Shop Now
Paiste 2002 Flat Ride
HomeStore

Paiste 2002 Flat Ride

Paiste 2002 Flat Ride

ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Paiste ได้พัฒนาแนวคิดของฉาบที่ไม่มีเบล (Bell) ส่งผลให้นวัตกรรมความคิดของฉาบแฟลตไรด์ (Flat Ride) ก่อกำเนิดขึ้นมา โดยได้รับการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศในขณะนั้น ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติโทนเสียงที่มีความชัดเจนและง่ายต่อการควบคุมและได้มากลายเป็นส่วนสำคัญของวงการดนตรีแจ๊ส วงดนตรีแจ๊สชั้นนำที่ช่วยหล่อหลอมแนวดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ขึ้นมา

เนื่องจากไม่มีเบล (Bell) ฉาบ Flat Rides สามารถควบคุมได้ง่ายมาก โดยฉาบ Flat Ride จะไม่สร้างเสียงโอเวอร์โทน (Overtone) เสียงกระทบจากหัวไม้กลอง (Ping) ที่มีความความโปร่งใส ไม่รก และชัดเจน ซึ่งจะยังคงความชัดเจนไว้ในทุกระดับความดังเสียง โดยเฉพาะกับการตีเบาๆ และเข้ากันได้ดีกับแนวดนตรีแนวอคูสติก หรือเมื่อเล่นร่วมกับมือโซโล่ เนื่องจากฉาบจะไม่กลบเสียงดนตรีของวง แม้กระทั่งในการเล่นแบบไดนามิก

2002 ฉาบตำนานตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของแนวดนตรีร็อค ด้วยการเข้ามาของแนวดนตรีที่ใช้ไฟฟ้า (electrified music) ทำให้เพ้สตี้ได้คิดค้นฉาบรุ่น 2002 ขึ้นมาในปี 1971 โดยเสียงที่อุ่น (Warm), คมชัด (Bright) และทรงพลัง (Powerful) โดยฉาบรุ่น 2002 นี้ได้เป็นรากฐานของเสียงของมือกกลองร็อคระดับตำนานมาอย่างมากมาย มือกลองระดับโลกไม่ว่าจะเป็น John Bonham, Carl Palmer หรือ Ian Paice และอื่นๆ อีกมากมายต่างก็ตอบรับและใช้ฉาบรุ่น 2002

มนต์เสน่ห์ของฉาบรุ่น 2002 มาจากความสามารถที่จะแหวกเสียงของดนตรี (cut through the music) ที่ช่วยให้สามารถที่จะได้ยินเสียงของฉาบได้อย่างชัดเจนแม้ในเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม

Select Size
From $84.49

Original: $281.63

-70%
Paiste 2002 Flat Ride

$281.63

$84.49

Paiste 2002 Flat Ride

ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Paiste ได้พัฒนาแนวคิดของฉาบที่ไม่มีเบล (Bell) ส่งผลให้นวัตกรรมความคิดของฉาบแฟลตไรด์ (Flat Ride) ก่อกำเนิดขึ้นมา โดยได้รับการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศในขณะนั้น ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติโทนเสียงที่มีความชัดเจนและง่ายต่อการควบคุมและได้มากลายเป็นส่วนสำคัญของวงการดนตรีแจ๊ส วงดนตรีแจ๊สชั้นนำที่ช่วยหล่อหลอมแนวดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ขึ้นมา

เนื่องจากไม่มีเบล (Bell) ฉาบ Flat Rides สามารถควบคุมได้ง่ายมาก โดยฉาบ Flat Ride จะไม่สร้างเสียงโอเวอร์โทน (Overtone) เสียงกระทบจากหัวไม้กลอง (Ping) ที่มีความความโปร่งใส ไม่รก และชัดเจน ซึ่งจะยังคงความชัดเจนไว้ในทุกระดับความดังเสียง โดยเฉพาะกับการตีเบาๆ และเข้ากันได้ดีกับแนวดนตรีแนวอคูสติก หรือเมื่อเล่นร่วมกับมือโซโล่ เนื่องจากฉาบจะไม่กลบเสียงดนตรีของวง แม้กระทั่งในการเล่นแบบไดนามิก

2002 ฉาบตำนานตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของแนวดนตรีร็อค ด้วยการเข้ามาของแนวดนตรีที่ใช้ไฟฟ้า (electrified music) ทำให้เพ้สตี้ได้คิดค้นฉาบรุ่น 2002 ขึ้นมาในปี 1971 โดยเสียงที่อุ่น (Warm), คมชัด (Bright) และทรงพลัง (Powerful) โดยฉาบรุ่น 2002 นี้ได้เป็นรากฐานของเสียงของมือกกลองร็อคระดับตำนานมาอย่างมากมาย มือกลองระดับโลกไม่ว่าจะเป็น John Bonham, Carl Palmer หรือ Ian Paice และอื่นๆ อีกมากมายต่างก็ตอบรับและใช้ฉาบรุ่น 2002

มนต์เสน่ห์ของฉาบรุ่น 2002 มาจากความสามารถที่จะแหวกเสียงของดนตรี (cut through the music) ที่ช่วยให้สามารถที่จะได้ยินเสียงของฉาบได้อย่างชัดเจนแม้ในเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม

Product Information

Shipping & Returns

Description

ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Paiste ได้พัฒนาแนวคิดของฉาบที่ไม่มีเบล (Bell) ส่งผลให้นวัตกรรมความคิดของฉาบแฟลตไรด์ (Flat Ride) ก่อกำเนิดขึ้นมา โดยได้รับการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศในขณะนั้น ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติโทนเสียงที่มีความชัดเจนและง่ายต่อการควบคุมและได้มากลายเป็นส่วนสำคัญของวงการดนตรีแจ๊ส วงดนตรีแจ๊สชั้นนำที่ช่วยหล่อหลอมแนวดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ขึ้นมา

เนื่องจากไม่มีเบล (Bell) ฉาบ Flat Rides สามารถควบคุมได้ง่ายมาก โดยฉาบ Flat Ride จะไม่สร้างเสียงโอเวอร์โทน (Overtone) เสียงกระทบจากหัวไม้กลอง (Ping) ที่มีความความโปร่งใส ไม่รก และชัดเจน ซึ่งจะยังคงความชัดเจนไว้ในทุกระดับความดังเสียง โดยเฉพาะกับการตีเบาๆ และเข้ากันได้ดีกับแนวดนตรีแนวอคูสติก หรือเมื่อเล่นร่วมกับมือโซโล่ เนื่องจากฉาบจะไม่กลบเสียงดนตรีของวง แม้กระทั่งในการเล่นแบบไดนามิก

2002 ฉาบตำนานตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของแนวดนตรีร็อค ด้วยการเข้ามาของแนวดนตรีที่ใช้ไฟฟ้า (electrified music) ทำให้เพ้สตี้ได้คิดค้นฉาบรุ่น 2002 ขึ้นมาในปี 1971 โดยเสียงที่อุ่น (Warm), คมชัด (Bright) และทรงพลัง (Powerful) โดยฉาบรุ่น 2002 นี้ได้เป็นรากฐานของเสียงของมือกกลองร็อคระดับตำนานมาอย่างมากมาย มือกลองระดับโลกไม่ว่าจะเป็น John Bonham, Carl Palmer หรือ Ian Paice และอื่นๆ อีกมากมายต่างก็ตอบรับและใช้ฉาบรุ่น 2002

มนต์เสน่ห์ของฉาบรุ่น 2002 มาจากความสามารถที่จะแหวกเสียงของดนตรี (cut through the music) ที่ช่วยให้สามารถที่จะได้ยินเสียงของฉาบได้อย่างชัดเจนแม้ในเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม

Paiste 2002 Flat Ride | เบ๊ เงียบ เส็ง