
Paiste Formula 602 Classic Thin Flat Ride
ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Paiste ได้พัฒนาแนวคิดของฉาบที่ไม่มีเบล (Bell) ส่งผลให้นวัตกรรมความคิดของฉาบแฟลตไรด์ (Flat Ride) ก่อกำเนิดขึ้นมา โดยได้รับการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศในขณะนั้น ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติโทนเสียงที่มีความชัดเจนและง่ายต่อการควบคุมและได้มากลายเป็นส่วนสำคัญของวงการดนตรีแจ๊ส วงดนตรีแจ๊สชั้นนำที่ช่วยหล่อหลอมแนวดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ขึ้นมา
เนื่องจากไม่มีเบล (Bell) ฉาบ Flat Rides สามารถควบคุมได้ง่ายมาก โดยฉาบ Flat Ride จะไม่สร้างเสียงโอเวอร์โทน (Overtone) เสียงกระทบจากหัวไม้กลอง (Ping) ที่มีความความโปร่งใส ไม่รก และชัดเจน ซึ่งจะยังคงความชัดเจนไว้ในทุกระดับความดังเสียง โดยเฉพาะกับการตีเบาๆ และเข้ากันได้ดีกับแนวดนตรีแนวอคูสติก หรือเมื่อเล่นร่วมกับมือโซโล่ เนื่องจากฉาบจะไม่กลบเสียงดนตรีของวง แม้กระทั่งในการเล่นแบบไดนามิก
Paiste ได้เปิดตัวฉาบรุ่น Formula 602 ในปี 1959
ฉาบรุ่นนี้ได้ปฏิวัติโทนเสียงของฉาบและได้กลายมาเป็นฉาบรุ่นที่มีคุณค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการผลิตฉาบ ด้วยโทนเสียงที่บริสุทธิ์ ละเอียดอ่อน ชัดเจน รวมทั้งการคอนโทรลของเสียง Formula 602 ช่วยให้มือกลองสร้างสรรค์และบุกเบิกโทนเสียงที่แตกต่างในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงและกำลังก่อร่างสร้างตัวเพื่อปูพื้นฐานให้กับแนวดนตรีสมัยใหม่
ในสหัสวรรษใหม่นี้ ความสนใจใน Formula 602 ได้ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้งผ่านการสนทนาและการซื้อขายของฉาบวินเทจในโลกออนไลน์ ดังนั้นในปี 2011 Paiste จึงได้เปิดตัวกลับมาอีกครั้งกับฉาบรุ่น Formula 602 พร้อมด้วยทางเลือกในรุ่นคลาสสิคที่เป็นที่ต้องการของมือกกลองมากที่สุด และด้วยรากฐานจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2020 Paiste ภูมิใจที่จะนำเสนอคลื่นลูกที่สองของฉาบที่คลาสสิครุ่นนี้ โดยเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับฉาบ Formula 602 ที่เป็นที่ยกย่อง ด้วยการเพิ่มรุ่นที่มีขนาดและน้ำหนักที่มากขึ้น
การกลับมาอีกครั้งของฉาบ Formula 602 โดยมีต้นแบบมาจากฉาบต้นแบบ (master cymbals) ในคลังฉาบของ Paiste ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการกลับมาของฉาบรุ่นนี้ รวมทั้งการที่ Paiste ยังคงใช้เทคนิคและทักษะความชำนาญในการผลิตด้วยมือในแบบดั้งเดิมเหมือกันกับในทศวรรษ 1960
Original: $469.39
-70%$469.39
$140.82Paiste Formula 602 Classic Thin Flat Ride
ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Paiste ได้พัฒนาแนวคิดของฉาบที่ไม่มีเบล (Bell) ส่งผลให้นวัตกรรมความคิดของฉาบแฟลตไรด์ (Flat Ride) ก่อกำเนิดขึ้นมา โดยได้รับการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศในขณะนั้น ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติโทนเสียงที่มีความชัดเจนและง่ายต่อการควบคุมและได้มากลายเป็นส่วนสำคัญของวงการดนตรีแจ๊ส วงดนตรีแจ๊สชั้นนำที่ช่วยหล่อหลอมแนวดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ขึ้นมา
เนื่องจากไม่มีเบล (Bell) ฉาบ Flat Rides สามารถควบคุมได้ง่ายมาก โดยฉาบ Flat Ride จะไม่สร้างเสียงโอเวอร์โทน (Overtone) เสียงกระทบจากหัวไม้กลอง (Ping) ที่มีความความโปร่งใส ไม่รก และชัดเจน ซึ่งจะยังคงความชัดเจนไว้ในทุกระดับความดังเสียง โดยเฉพาะกับการตีเบาๆ และเข้ากันได้ดีกับแนวดนตรีแนวอคูสติก หรือเมื่อเล่นร่วมกับมือโซโล่ เนื่องจากฉาบจะไม่กลบเสียงดนตรีของวง แม้กระทั่งในการเล่นแบบไดนามิก
Paiste ได้เปิดตัวฉาบรุ่น Formula 602 ในปี 1959
ฉาบรุ่นนี้ได้ปฏิวัติโทนเสียงของฉาบและได้กลายมาเป็นฉาบรุ่นที่มีคุณค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการผลิตฉาบ ด้วยโทนเสียงที่บริสุทธิ์ ละเอียดอ่อน ชัดเจน รวมทั้งการคอนโทรลของเสียง Formula 602 ช่วยให้มือกลองสร้างสรรค์และบุกเบิกโทนเสียงที่แตกต่างในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงและกำลังก่อร่างสร้างตัวเพื่อปูพื้นฐานให้กับแนวดนตรีสมัยใหม่
ในสหัสวรรษใหม่นี้ ความสนใจใน Formula 602 ได้ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้งผ่านการสนทนาและการซื้อขายของฉาบวินเทจในโลกออนไลน์ ดังนั้นในปี 2011 Paiste จึงได้เปิดตัวกลับมาอีกครั้งกับฉาบรุ่น Formula 602 พร้อมด้วยทางเลือกในรุ่นคลาสสิคที่เป็นที่ต้องการของมือกกลองมากที่สุด และด้วยรากฐานจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2020 Paiste ภูมิใจที่จะนำเสนอคลื่นลูกที่สองของฉาบที่คลาสสิครุ่นนี้ โดยเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับฉาบ Formula 602 ที่เป็นที่ยกย่อง ด้วยการเพิ่มรุ่นที่มีขนาดและน้ำหนักที่มากขึ้น
การกลับมาอีกครั้งของฉาบ Formula 602 โดยมีต้นแบบมาจากฉาบต้นแบบ (master cymbals) ในคลังฉาบของ Paiste ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการกลับมาของฉาบรุ่นนี้ รวมทั้งการที่ Paiste ยังคงใช้เทคนิคและทักษะความชำนาญในการผลิตด้วยมือในแบบดั้งเดิมเหมือกันกับในทศวรรษ 1960
Product Information
Product Information
Shipping & Returns
Shipping & Returns
Description
ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Paiste ได้พัฒนาแนวคิดของฉาบที่ไม่มีเบล (Bell) ส่งผลให้นวัตกรรมความคิดของฉาบแฟลตไรด์ (Flat Ride) ก่อกำเนิดขึ้นมา โดยได้รับการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศในขณะนั้น ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติโทนเสียงที่มีความชัดเจนและง่ายต่อการควบคุมและได้มากลายเป็นส่วนสำคัญของวงการดนตรีแจ๊ส วงดนตรีแจ๊สชั้นนำที่ช่วยหล่อหลอมแนวดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ขึ้นมา
เนื่องจากไม่มีเบล (Bell) ฉาบ Flat Rides สามารถควบคุมได้ง่ายมาก โดยฉาบ Flat Ride จะไม่สร้างเสียงโอเวอร์โทน (Overtone) เสียงกระทบจากหัวไม้กลอง (Ping) ที่มีความความโปร่งใส ไม่รก และชัดเจน ซึ่งจะยังคงความชัดเจนไว้ในทุกระดับความดังเสียง โดยเฉพาะกับการตีเบาๆ และเข้ากันได้ดีกับแนวดนตรีแนวอคูสติก หรือเมื่อเล่นร่วมกับมือโซโล่ เนื่องจากฉาบจะไม่กลบเสียงดนตรีของวง แม้กระทั่งในการเล่นแบบไดนามิก
Paiste ได้เปิดตัวฉาบรุ่น Formula 602 ในปี 1959
ฉาบรุ่นนี้ได้ปฏิวัติโทนเสียงของฉาบและได้กลายมาเป็นฉาบรุ่นที่มีคุณค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการผลิตฉาบ ด้วยโทนเสียงที่บริสุทธิ์ ละเอียดอ่อน ชัดเจน รวมทั้งการคอนโทรลของเสียง Formula 602 ช่วยให้มือกลองสร้างสรรค์และบุกเบิกโทนเสียงที่แตกต่างในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงและกำลังก่อร่างสร้างตัวเพื่อปูพื้นฐานให้กับแนวดนตรีสมัยใหม่
ในสหัสวรรษใหม่นี้ ความสนใจใน Formula 602 ได้ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้งผ่านการสนทนาและการซื้อขายของฉาบวินเทจในโลกออนไลน์ ดังนั้นในปี 2011 Paiste จึงได้เปิดตัวกลับมาอีกครั้งกับฉาบรุ่น Formula 602 พร้อมด้วยทางเลือกในรุ่นคลาสสิคที่เป็นที่ต้องการของมือกกลองมากที่สุด และด้วยรากฐานจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2020 Paiste ภูมิใจที่จะนำเสนอคลื่นลูกที่สองของฉาบที่คลาสสิครุ่นนี้ โดยเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับฉาบ Formula 602 ที่เป็นที่ยกย่อง ด้วยการเพิ่มรุ่นที่มีขนาดและน้ำหนักที่มากขึ้น
การกลับมาอีกครั้งของฉาบ Formula 602 โดยมีต้นแบบมาจากฉาบต้นแบบ (master cymbals) ในคลังฉาบของ Paiste ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการกลับมาของฉาบรุ่นนี้ รวมทั้งการที่ Paiste ยังคงใช้เทคนิคและทักษะความชำนาญในการผลิตด้วยมือในแบบดั้งเดิมเหมือกันกับในทศวรรษ 1960











